discovery hifi forum discovery hifi forum
A forum for hifi fanatics and music lovers
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

UPGRADE Citypulse EF3.01
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    discovery hifi forum -> Audiophile Equipment
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
MENE



เข้าร่วม: 17 May 2008
ตอบ: 19

ตอบตอบเมื่อ: Sat Aug 09, 2008 11:00 pm    เรื่อง: UPGRADE Citypulse EF3.01 ตอบโดยอ้างข้อความ

ตอนนี้ใช้ Citypulse EF3.01 กับ HD650 อยู่ครับ แต่ยังอยากได้เสียงที่ดีกว่านี้ไปอีกครับ

1. UPGRADE Citypulse EF3.01 สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้างครับ เสียงของ Headamp ตัวนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ ออกแนวไหนครับ (อยากทราบแนวเสียงเนื่องจากยังไม่ได้เทียบกับ Headamp ตัวอื่นเลยครับ ประกอบกับส่วนใหญ่ใช้ File เพลง mp3 เป็นหลักในการฟังเพลง)
2. ถ้ากรณีใช้ Citypulse EF3.01 เป็น Preamp ควรใช้กับ Poweramp ตัวไหนครับ รวมถึงลำโพงและเครื่องเล่นซีดีด้วยครับ
3. Citypulse EF3.01 ใช้ BB627 กี่ตัวครับ เห็นแอมป์ Hiend บางตัวใช้เครื่องละสี่ตัว แปดตัวบ้าง แตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ

ขออบคุณครับ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
discoveryhifi



เข้าร่วม: 25 Feb 2008
ตอบ: 1166
ที่อยู่: BKK. Thailand

ตอบตอบเมื่อ: Sun Aug 10, 2008 2:32 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

No Problem ครับ..... Laughing

1. เสียง Citypulse เป็นแบบตรงไปตรงมาครับ ไม่เติมสีสรรลงไป แต่เสียงมีรายละเอียดดีมาก เสียงร้องชัดเจนแต่ไม่หนาเหมือนพวกหลอดนะครับ ส่วนเสียงเบสนี่สุดยอดแน่นกระชับครับ เอ...คุณ MENE ฟังทุกวัน....ลองวิจารณ์ให้ฟังบ้างนะครับ... Laughing

การอัพเกรดที่ง่ายที่สุดคือ เปลี่ยน Op-Amp ครับ จะให้สุดยอดก็ใช้ OPA627-Metal Can ไปเลยครับ ส่วนอื่นที่น่าอัพเกรดก็มี Power Supply ครับ แต่ Citypulse เดิมๆใช้ Capacitor ภาคจ่ายไฟขนาด 2200uF 18 ตัว ซึ่งเกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นครับ Shocked เพราะใหญ่จริงๆ น่าจะเอาไปทำแอมป์ซัก 100 วัตต์ได้ตัวสองตัว

ถ้าจะอัพเกรดภาคจ่ายไฟนี่จะแพงมากไปหน่อยครับ เอาเบาะๆแค่ Op-Amp ก็ดีขึ้นทันตาเห็นแล้วครับ.. Laughing

2. Citypulse EF3.01 ไม่มีข้อจำกัดใดๆครับ ใช้กับแอมป์ ซีดีและลำโพงได้ทุกรุ่นครับ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือความเข้ากันระหว่างแอมป์กับลำโพงมากกว่าครับ สนใจมาลองฟังดูที่ร้านได้ครับ ยินดีต้อนรับครับ.. Laughing

3. ใช้ 2 ตัวครับ ขึ้นอยู่กับการออกแบบวงจรครับ ตามปกติใช้ 2 ตัวก็พอครับ อันที่จริง Op-Amp นี่ไม่มีอะไรในกอไผ่นะครับ Op-amp ก็คือแอมป์ธรรมดาตัวหนึ่ง แต่มีขนาดเล็กและถูกบรรจุอยู่ในตัวถังเล็กๆครับ ปกติเครื่องเสียงมี 2 แชนแนล ซ้ายและขวา ก็จะใช้ Op-Amp 2 ตัว ซ้ายตัว ขวาตัว OPA627 เป็น OP-Amp แบบเดี่ยว ยังมี Op-Amp แบบคู่ เช่น LM4562 OPA2604 LT1057 เป็นต้น ถ้าใช้ Op-Amp แบบคู่ซึ่งในตัวถังเล็กๆจะมีแอมป์ 2 ตัว บรรจุอยู่ก็ใช้เพียงตัวเดียวครับ

แอมป์พวก Hi-End ที่ใช้ Op-Amp หลายๆตัว เพราะมีการขยายหลายสเตจ หรือ เป็นแบบ Balance ซึ่งขยายสัญญาณทั้ง Non-Inverting และ Inverting พร้อมกัน ก็ต้องใช้ Op-amp มากตามไปด้วยครับ แต่จำนวนมากอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะต้องดีกว่าเสมอไปนะครับ การออกแบบวงจรมีความสำคัญมากกว่าครับ

เรื่องนี้ถ้าคุยละเอียดมากไปเดี๋ยวจะเวียนหัวนะครับ.. Neutral ถ้ายังสงสัยอยู่ก็สอบถามได้ครับ...ยินดีแบ่งปันความรู้ให้เสมอครับ.... Laughing
_________________
discovery hifi
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
MENE



เข้าร่วม: 17 May 2008
ตอบ: 19

ตอบตอบเมื่อ: Mon Aug 11, 2008 1:31 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ชุดเครื่องเสียง เป็นชุด Notebook

Notebook (mp3 & CD) -> Creative Digital Music SX (DAC) -> Citypulse EF3.01 -> Sennheiser HD650

สายสัญญาณ Kimble รุ่น PBJ


1. Citypulse EF3.01 เสียงเป็นอย่างไรบ้างครับ เมื่อเทียบกับ

- Citypulse DA2.03e

- Shanling PH100

- Shanling PH300

- Yulong DAH1 DAC

2. ถ้าเปลี่ยน OPA627-Metal Can เสียงจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างครับ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
discoveryhifi



เข้าร่วม: 25 Feb 2008
ตอบ: 1166
ที่อยู่: BKK. Thailand

ตอบตอบเมื่อ: Mon Aug 11, 2008 4:11 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

MENE พิมพ์ว่า:
ชุดเครื่องเสียง เป็นชุด Notebook

Notebook (mp3 & CD) -> Creative Digital Music SX (DAC) -> Citypulse EF3.01 -> Sennheiser HD650

สายสัญญาณ Kimble รุ่น PBJ


1. Citypulse EF3.01 เสียงเป็นอย่างไรบ้างครับ เมื่อเทียบกับ

- Citypulse DA2.03e

- Shanling PH100

- Shanling PH300

- Yulong DAH1 DAC

2. ถ้าเปลี่ยน OPA627-Metal Can เสียงจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างครับ



ขออนุญาตวิจารณ์ชุดเครื่องเสียงที่ใช้อยู่นิดนะครับ ตอนนี้คอขวดไม่ได้อยู่ที่แอมป์หูฟังหรือหูฟังครับ แต่อยู่ที่ DAC ครับ.....Creative SX ให้คุณภาพเสียงในระดับแค่พอใช้ได้ครับ ถ้าอัพเกรด Citypulse ไป ก็ไม่ได้ประโยชน์มากนักครับ เพราะข้อจำกัดอยู่ที่ต้นทางครับ ผมคิดว่าก่อนจะอัพเกรดหรือเปลี่ยนแอมป์หูฟังตัวใหม่ ลองพิจารณาเรื่อง DAC ซักนิดดีไหมครับ..... Smile

ตอบคำถามกันเลยนะครับ......

1. จริงๆ แอมป์หูฟังและ DAC ทุกตัวที่อยู่ใน List อยู่ในระดับที่ใช้ได้ทุกตัวครับ ไม่มีคำว่าผิดหวัง แต่เรื่องแอมป์หูฟังนี่แนะนำยากจริงๆครับ เพราะตัวหูฟังมีผลมากกว่าแอมป์มากครับ ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจเรื่องแอมป์หูฟัง ต้องหาหูฟังที่ถูกใจถูกหูเอาไว้ก่อน แล้วค่อยหาแอมป์ที่แมทช์กับหูฟังของเราครับ......ตัวหูฟังนี่มีผล 70-80% ต่อลักษณะเสียงเลยนะครับ

Citypulse EF3.01 นี่ถือว่าอยู่ในระดับดีมากครับ ไม่แพ้ตัวอื่นๆใน List หรอกครับ และก็แมทช์กับ Senn อย่างกับกิ่งทองใบหยกนะครับ แต่ถ้าชอบเสียงหวานอบอุ่นแบบหลอดก็ต้อง PH300 ครับ ส่วน PH100 ให้เสียงหวานสดใสกว่าครับ ที่เหลืออีก 2 ตัวเป็น DAC ที่มีแอมป์หูฟังในตัวครับ ภาค DAC นี่ Citypulse เหนือกว่ามากครับ ส่วนภาคแอมป์หูฟังนี่สูสีครับ

2. การใช้ OPA627-Metal Can นี่ จะได้เสียงที่มีไดนามิกสดมากกว่าครับ เสียงเบสมีน้ำหนักดีขึ้นมาก และรายละเอียดโดยรวมดีขึ้นครับ อันนี้เทียบกับ 627 รุ่นตัวถังพลาสติกนะครับ
_________________
discovery hifi
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
MENE



เข้าร่วม: 17 May 2008
ตอบ: 19

ตอบตอบเมื่อ: Tue Aug 12, 2008 1:45 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ตอนนี้ชุดที่มีอยู่มีคุณภาพเสียงที่พอใจระดับหนึ่งแล้วครับ โดยเด่นที่เรื่องรายละเอียดของเสียง

แต่เนื่องจากได้ไปงาน BAV แล้วเกิดชอบเสียงของเครื่องเล่นซีดีและแอมป์ของ Bel Canto และลำโพงของ T+A รวมทั้งชุดของ Krell และ ลำโพงของ Proac 1SC ลำโพงของ B&W เลยอยากปรับปรุงคุณภาพของชุดให้ดียิ่งขึ้นครับ

ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงทดลองอุปกรณ์ในชุดว่าเสียงเป็นอย่างไรบ้างครับ พอเพิ่ม Kimble PBJ ทำให้เสียงมีหนาขึ้น เน้นเบสและมวลเพิ่มมากขึ้น ทำให้ขาดความโปร่งใส จากเดิมที่เสียงออกจัด ๆ นิด ๆ เน้นแต่รายละเอียด

แต่เนื่องจากต้องการเสียงแบบ หวานใสนวลเนียน เลยอยากปรับปรุงชุดให้เสียงถูกใจมากขึ้นครับ

พอใจเสียงของหูฟังรุ่นนี้แล้วครับ ถึงแม้จะออกแนว Dark เพียงแต่ต้องการให้เสียงหวานใสเพิ่มมากขึ้น

ช่วงนี้ฟังเพลง Classic แนว Charlotte Church, ALL Angle, Vivadi ครับ

แนะนำแนวเสียง DAC ด้วยครับ เสียงของ BB แตกต่างกับทาง CS อย่างไรบ้างครับ

ส่วนการวิจารณ์ชุดที่ใช้ อยากให้วิจารณ์อยู่แล้วครับ

ขอบคุณมากครับสำหรับการแนะนำครับ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
discoveryhifi



เข้าร่วม: 25 Feb 2008
ตอบ: 1166
ที่อยู่: BKK. Thailand

ตอบตอบเมื่อ: Tue Aug 12, 2008 2:35 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

อิจฉาจังครับ......ชุด T+A กับ Bel Canto นี่ต้องเตรียมเงินไว้ประมาณล้านนึงเห็นจะได้นะครับ ส่วน ProAC กับ KRELL ต้องมีซัก 3 แสนกำลังสวย......เอื๊อก!!!


สำหรับเรื่อง DAC Chip นี่ไม่ได้มีบทบาทที่สำคัญนักนะครับ เช่น DAC 2 เครื่องใช้ชิพเบอร์เดียวกัน แต่เสียงต่างกันลิบก็มีครับ ปกติชิพจะมีผลซัก 30-40% ครับ โดยทั่วไป CS จะให้เสียงสดใสครับ ส่วน BB จะมีความนุ่มนวลมากกว่าครับ คงต้องพิจารณา DAC เป็นรุ่นๆไปครับ ว่ารุ่นไหนเสียงออกมาอย่างไร

ที่ผมแปลกใจคือสาย Kimber ถ้าทำให้เสียงเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนั้น แสดงว่าสายนั้น Colored มากนะครับ ผมว่าถ้าเสียงโดยรวมถูกใจอยู่แล้วก็อย่าเพิ่งไปทำอะไรเลยครับ ลองหาสายอื่นๆมาเปรียบเทียบกับ Kimber ดู อาจจะได้เสียงที่ถูกใจเลยก็ได้ครับ โดยเสียเงินน้อยที่สุดและไม่เสียของชุดเดิมด้วยครับ.....

ยินดีให้คำแนะนำเสมอครับ....... Laughing
_________________
discovery hifi
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
MENE



เข้าร่วม: 17 May 2008
ตอบ: 19

ตอบตอบเมื่อ: Tue Aug 12, 2008 9:39 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขออนุญาต เป็นกระทู้ถามตอบปรับปรุงเครื่องเสียง เนื่องจากประสบการณ์การฟังเครื่องเสียงต่าง ๆ น้อย แต่มาชอบเสียงของเครื่องเสียงราคาแพงครับ อาจจะเนื่องจากเล่นชุดเครื่องเสียงระดับเริ่มต้นมาแล้วครับ ประกอบกับอาจมีท่านอื่น ๆ ที่เล่นชุดหูฟังอาจมีอุปกรณ์เครื่องเสียงคล้าย ๆ กันครับ

ชุดเครื่องเสียงบ้าน
Marantz 53MKII -> NAD C350 -> Triangle TitusXS
(ชอบเสียงของลำโพงมากกว่าอุปกรณ์เครื่องเสียงอื่น ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ ในอนาคตก็คงมีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกันครับ ตอนนี้ก็มองถึงการปรับเครื่องเสียงบ้านและชุดหูฟังไปในตัวครับ และไม่ได้เน้นการพกพาครับ) ชอบเสียงของลำโพงตระกูล LS 3/5a มาก ๆ ครับ แต่ก็ชอบ Proac 1SC ด้วยครับ อาจเพราะฟังเพลงหลายแนวด้วยครับ

ชอบเสียงเครื่องเสียงราคาแพงนี้ปวดหัวเหมือนกันครับ เรื่องราคาของ Bel Canto นี้ทราบว่าราคาแพงมาก แต่ไม่ทราบว่าราคาแพงประมาณเท่าไหร่ พอทราบราคานี้ได้แต่ฝันแน่ ๆ เลยครับ ส่วนชุดของ Krell นี้พอทราบราคาบ้างเหมือนกันครับ ได้แต่ฝันเหมือนกันครับ

คราวนี้มาถึงชุดที่ใช้อยู่ครับ ถ้ามีการเปลี่ยน DAC ที่ใช้อยู่ควรใช้รุ่นไหนครับ
(วิเคราะห์ไม่ออกเหมือนกันว่าชอบเสียงแบบชุด Bel Canto คือ ชอบเสียงแบบไหน หรือ อย่างลำโพง Proac 1SC นี้ มีแนวเสียงแบบไหนครับ อธิบายเพียงว่า เสียงออกแนวหวานใสแบบลึก ๆ เสียงออกแนวเนียน ๆ ครับ รวมถึงพละกำลังของเสียงย่าน ๆ อื่น ด้วยครับ)

ส่วนเรื่องของสายสัญญาณ ตอนแรกใช้สายสัญญาณของ ห้างบิ๊กซี ราคาหกสิบกว่าบาท ตอนที่ฟัง เสียงไม่ค่อยมีมวลเท่าไหร่ ออกแนวเน้นรายละเอียด แต่บางครั้งเสียงออกแนวจัด ๆ สำหรับบางแนวเพลงครับ พอเปลี่ยนเป็น PBJ เสียงมีมวลเพิ่มขึ้น เบสมีมากขึ้น แต่ความโปร่งใสกลับลดลงครับ ในอนาคตจะลองยืมสายสัญญาณ Casdas ของเพื่อนมาลองฟังเหมือนกันครับ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
discoveryhifi



เข้าร่วม: 25 Feb 2008
ตอบ: 1166
ที่อยู่: BKK. Thailand

ตอบตอบเมื่อ: Wed Aug 13, 2008 12:02 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

MENE พิมพ์ว่า:
ขออนุญาต เป็นกระทู้ถามตอบปรับปรุงเครื่องเสียง เนื่องจากประสบการณ์การฟังเครื่องเสียงต่าง ๆ น้อย แต่มาชอบเสียงของเครื่องเสียงราคาแพงครับ อาจจะเนื่องจากเล่นชุดเครื่องเสียงระดับเริ่มต้นมาแล้วครับ ประกอบกับอาจมีท่านอื่น ๆ ที่เล่นชุดหูฟังอาจมีอุปกรณ์เครื่องเสียงคล้าย ๆ กันครับ

ชุดเครื่องเสียงบ้าน
Marantz 53MKII -> NAD C350 -> Triangle TitusXS
(ชอบเสียงของลำโพงมากกว่าอุปกรณ์เครื่องเสียงอื่น ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ ในอนาคตก็คงมีการเปลี่ยนแปลงเหมือนกันครับ ตอนนี้ก็มองถึงการปรับเครื่องเสียงบ้านและชุดหูฟังไปในตัวครับ และไม่ได้เน้นการพกพาครับ) ชอบเสียงของลำโพงตระกูล LS 3/5a มาก ๆ ครับ แต่ก็ชอบ Proac 1SC ด้วยครับ อาจเพราะฟังเพลงหลายแนวด้วยครับ

ชอบเสียงเครื่องเสียงราคาแพงนี้ปวดหัวเหมือนกันครับ เรื่องราคาของ Bel Canto นี้ทราบว่าราคาแพงมาก แต่ไม่ทราบว่าราคาแพงประมาณเท่าไหร่ พอทราบราคานี้ได้แต่ฝันแน่ ๆ เลยครับ ส่วนชุดของ Krell นี้พอทราบราคาบ้างเหมือนกันครับ ได้แต่ฝันเหมือนกันครับ


เรื่องชอบของแพงเป็นกันทุกคนละครับ ผมเองยิ่งเล่นยิ่งแพงครับ แต่ท้ายสุดก็คืนสู่สามัญ Cool เพราะพอเล่นเครื่องแพงๆมามากก็เลยสั่งสมประสบการณ์การฟังมากขึ้นเรื่อยๆจนฟังเป็นว่าอะไรดีหรือไม่ดี ในที่สุดก็พบว่า เครื่องราคาแพงบางตัวก็ไม่ได้มีคุณภาพเสียงสมราคา และเช่นเดียวกันที่เครื่องราคาถูกบางตัวมีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าเครื่องราคาแพงด้วยซ้ำ ดังนั้นเอาราคาตัดสินคุณภาพไม่ได้ ควรฟังให้เป็นและตัดสินจากคุณภาพเสียงของเครื่องนั้นๆโดยตรงโดยไม่มีอคติครับ

คุณ MENE โชคดีมากครับที่มี Titus อยู่ในครอบครอง เพราะปัจจุบันเลิกผลิตแล้ว ลำโพงคู่นี้เสียงดีมากๆคู่หนึ่งและเล่นง่ายเพราะความไวสูงมาก เสียดายที่นักเล่นไม่ค่อยรู้จักและนักวิจารณ์ไม่ค่อยเชียร์ก็เลยไม่มีคนเล่น บ้านเราเล่นตามกระแสและเสียงเชียร์เป็นส่วนใหญ่ครับ และมักเชื่อนักวิจารณ์เอามากๆ วงการบ้านเราก็เลยพัฒนาได้ค่อนข้างช้าครับ Titus คู่นี้ควรขับด้วยแอมป์หลอดครับ โดยเฉพาะพวก Single End รับรองถึงสรวงสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัยครับ ส่วน LS3/5 นี่เล่นยากนะครับ ไม่ค่อยอยากแนะนำแม้จะเสียงดี แต่ดีกับเพลงร้องครับ ถ้าเป็นเพลงที่มีไดนามิกมากๆจะเป็นปัญหา ตัวลำโพงกินวัตต์มากครับต้องใช้แอมป์กำลังสูงๆหน่อย แต่พอเอาแอมป์ดุๆมาขับดังมากๆก็ไปไม่ไหวเหมือนกับครับ เพราะลำโพงรับกำลังสูงสุดได้ไม่มาก เหมาะสำหรับฟังเพลงร้องเบาๆ สบายๆครับ คือต้องใช้กับแบบผู้ดีหน่อย ส่วน 1SC นี่พบกันครึ่งทางระหว่าง Titus กับ LS3/5 ครับ คือกินวัตต์แบบกลางๆ และให้เสียงที่ดีโดยรวม

อ้างอิงจาก:
คราวนี้มาถึงชุดที่ใช้อยู่ครับ ถ้ามีการเปลี่ยน DAC ที่ใช้อยู่ควรใช้รุ่นไหนครับ
(วิเคราะห์ไม่ออกเหมือนกันว่าชอบเสียงแบบชุด Bel Canto คือ ชอบเสียงแบบไหน หรือ อย่างลำโพง Proac 1SC นี้ มีแนวเสียงแบบไหนครับ อธิบายเพียงว่า เสียงออกแนวหวานใสแบบลึก ๆ เสียงออกแนวเนียน ๆ ครับ รวมถึงพละกำลังของเสียงย่าน ๆ อื่น ด้วยครับ)


ที่แนะนำเรื่อง DAC นี่สำหรับชุดหูฟังนะครับ ถ้าเป็นชุดในบ้านควรมองที่แอมป์ NAD ที่ใช่อยู่ยังไม่ค่อยเหมาะกับ Titus เท่าไหร่ครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าใช้ไม่ได้นะครับ คือถ้าคิดจะซื้อ DAC มาใช้กับ Marantz คิดว่าควรมองที่แอมป์ก่อนครับ ผมเคยใช้ Shanling MC-3 ต่อกับ Titus เสียงดีมากๆครับ Shanling MC-3 เป็นแอมป์หลอด Single End Class A กำลัง 3 วัตต์ครับ ส่วน Titus เคยฟังกับหลอด Single End ไม่ว่าจะเป็น 2A3, 300B, 845 และ211 พบว่าดีเยี่ยมทั้งหมดครับ

ส่วนเรื่องแนวเสียงที่นักวิจารณ์ชอบพูดกันเสมออย่าเพิ่งไปซีเรียสครับ ขอให้เสียงที่ออกมาถูกใจเป็นใช้ได้ครับ การเล่นเครื่องเสียงและการฟังต้องใช้ระยะเวลา เร่งไม่ได้ครับ ถึงเวลาเราจะทราบเอง เพราะหูของเราจะบอกเราเอง เราบังคับมันไม่ได้ แต่มันบังคับเราให้เสียเงินได้ครับ Laughing Laughing Laughing แนวทางการเล่นที่ดีควรสะสมประสบการณ์ ฟังให้มากๆ ยิ่งถ้ามีคนเล่นเป็นจริงๆคอยแนะนำยิ่งดีครับ ที่สำคัญที่สุดควรหาโอกาสไปฟังดนตรีจริงๆครับ ว่าเสียงดนตรีจริงเป็นอย่างไร โดยที่ไม่ได้คิดไปเองเรื่อยเปื่อย..... Laughing
_________________
discovery hifi
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
MENE



เข้าร่วม: 17 May 2008
ตอบ: 19

ตอบตอบเมื่อ: Wed Aug 13, 2008 10:33 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

DAC สำหรับชุดหูฟัง แนะนำตัวไหนบ้างครับ ตอนนี้คิดว่าอยากปรับเลี่ยนในส่วนของชุดหูฟังก่อนครับ

"Citypulse DA2.03e รองรับสัญญาณดิจิตอลในระดับ 24bit/192 KHz อย่างสมบูรณ์ และสามารถทำงานในแบบ Over-Sampling ในระดับ 8 เท่า และ Up Sampling ได้อีก 2 เท่า ของอัตราการสุ่มสัญญาณเดิมในเครื่องเดียวกัน" มีผลต่อคุณภาพเสียงอย่างไรครับ



สำหรับTitusเป็นลำโพงที่ขับง่าย แต่ match ยากครับ ฟังกับแผ่นที่บันทึกดี ๆ แล้วเสียงดีมาก แต่ถ้าแผ่นไม่ดีนี้เสียงก็แย่ลงมากครับ เป็นลำโพงที่เสียงถูกใจและคุ้มค่าคู่หนึ่งเลยครับ

Shanling MC-3 น่าสนใจมากครับ ต้องหาโอกาสทดลองฟัง เสียงออกแนวไหนครับ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
discoveryhifi



เข้าร่วม: 25 Feb 2008
ตอบ: 1166
ที่อยู่: BKK. Thailand

ตอบตอบเมื่อ: Thu Aug 14, 2008 2:24 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

DAC สำหรับชุดหูฟัง คิดว่าเน้นที่เล่นง่าย ราคาประหยัด และเสียงดี ลองดู CARAT-HD1V ก็ได้ครับ หรือถ้ามีงบมากหน่อยก็ CARAT-Peridot ไม่ผิดหวังทั้งสองตัวครับ แถมสามารถต่อหูฟังได้โดยตรงเลยครับ หรือถ้าต้องการเล่นรุ่นใหญก็ Citypulse DA2.03e ที่ถามมานี่สุดยอดครับ

อ้างอิงจาก:
"Citypulse DA2.03e รองรับสัญญาณดิจิตอลในระดับ 24bit/192 KHz อย่างสมบูรณ์ และสามารถทำงานในแบบ Over-Sampling ในระดับ 8 เท่า และ Up Sampling ได้อีก 2 เท่า ของอัตราการสุ่มสัญญาณเดิมในเครื่องเดียวกัน" มีผลต่อคุณภาพเสียงอย่างไรครับ


การทำงานในระบบดิจิตอลก็คล้ายการต่อ jigsaw รูปภาพ ถ้าเราต่อภาพแบบ 500 ชิ้น ภาพก็ไม่สวยเหมือนพวก 1000 ชิ้นครับ การ Up-sampling ก็เช่นกันครับ เมื่อUp-sampling ก็จะมีการสุ่มความถี่ที่สูงขึ้นเท่าตัว ความละเอียดของสัญญาณเสียงก็จะเพิ่มขึ้นครับ ในการฟังทดสอบจริงพบว่ารายละเอียดเสียงต่างๆดีขึ้น เสียงร้องมีความอิ่มมีมวลมากขึ้น และเสียงเบสมีความกระชับเด่นมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นกับความชอบส่วนตัวด้วยครับ แผ่นซีดีบางแผ่นใช้ Up-sampling แล้วดีขึ้น บางแผ่นฟังแบบธรรมดาดีกว่าก็มีครับ การที่ Citypulse สามารถ Up-sampling ได้เปรียบเหมือนมี DAC 2 เครื่องในเครื่องเดียวกันครับ ปกติ DAC ที่ Up-sampling ได้นี่ราคาแพงมากนะครับ

อ้างอิงจาก:
Shanling MC-3 น่าสนใจมากครับ ต้องหาโอกาสทดลองฟัง เสียงออกแนวไหนครับ


MC3 นี่ฟังครั้งแรกถึงกับตะลึงเลยครับ เพราะคิดไม่ถึงว่าเสียงจะดีปานนั้น ตอนแรกเห็นตัวเล็กๆแล้วเล่นได้ทุกอย่างไม่ว่าซีดี วิทยุ iPod + แอมป์ Single End Class A ในตัว คิดว่าเป็นแบบของเล่น ไม่คิดว่าจะเสียงดี พอฟังเข้าจริงๆตรงข้ามเลยครับ ต้องบอกว่าคุ้มค่ามากๆสำหรับตัวนี้ MC3 ให้เสียงแบบแอมป์หลอด SIngle End Class A ชั้นดีเลยครับ เสียงหวานนุ่มละมุนชวนฝันครับผม เสียงร้องมีประกายระยิบระยับและกังวาลมากครับ คนที่ชอบฟังเพลงร้องต้องชอบตัวนี้แน่ๆครับ และแถมอีกนิด..เวทีเสียงใหญ่มากครับเกินตัวจริงๆ ต้องลองมาฟังดูครับ.... Cool
_________________
discovery hifi
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
MENE



เข้าร่วม: 17 May 2008
ตอบ: 19

ตอบตอบเมื่อ: Sun Aug 17, 2008 9:24 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ขอบคุณครับ จะไปลองฟังที่ร้านครับ ถ้าลองฟังทีละหลายตัวจะสะดวกไหมครับ จะได้เอา HD650 ไปลองด้วยครับ

ขอบคุณครับ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
discoveryhifi



เข้าร่วม: 25 Feb 2008
ตอบ: 1166
ที่อยู่: BKK. Thailand

ตอบตอบเมื่อ: Mon Aug 18, 2008 1:20 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ยินดีต้อนรับเสมอครับ..... Smile

มาทั้งทีต้องฟังให้คุ้มครับ ฟังตัวสองตัวเสียชื่อ Discovery Hifi หมดครับ

ถ้ามีหูฟังหลายตัว...ก็เอามาให้ครบเลยก็ได้ครับ ไม่ต้องเกรงใจ.....ลูกค้าบางคนเอามา 4-5 ตัวก็มีครับ ของหายากทั้งนั้นครับ..... Cool
_________________
discovery hifi
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
MENE



เข้าร่วม: 17 May 2008
ตอบ: 19

ตอบตอบเมื่อ: Fri Sep 19, 2008 5:22 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

Shanling PH300 สามารถ upgrade ในส่วนไหนได้บ้างครับ ใช้กับหูฟัง 3 รุ่น ครับ คือ Sennheiser HD650 / AKG K701 / Beyerdynamic DT880 ครับ

หลอดเป็นของบริษัทอะไรครับ และ สามารถ upgrade ในส่วนของภาคหูฟังได้อย่างไรบ้างครับ

ภาค ปรีแอมป์ เหมาะกับใช้ร่วมกับ power amp รุ่นไหนบ้างครับ

ขอบคุณครับ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
discoveryhifi



เข้าร่วม: 25 Feb 2008
ตอบ: 1166
ที่อยู่: BKK. Thailand

ตอบตอบเมื่อ: Sat Sep 20, 2008 12:44 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

PH300 เดิมๆเสียงดีมากแล้วครับ แทบไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แต่ถ้าอยากอัพเกรดจริงๆ ก็เปลี่ยนภาคจ่ายไฟ และ Coupling Capacitor ซึ่งว่าตามอัตภาพครับ เพราะ Cap มีราคาตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหลายพันครับผม เดี๋ยวทำไปแล้วค่าอัพเกรดอาจจะเท่ากับราคาเครื่องเลยนะครับ..... Laughing

ลองฟัง PH300 กับ HD650, K701 นี่เยี่ยมทั้งคู่ครับไปกันได้ดี ส่วน 880 ยังไม่เคยลองครับ แต่เรื่องกำลังขับสำหรับ 880 ไม่น่ามีปัญหาครับ เพราะ880 ความไวต่ำมากครับผม.... Cool

PH300 ใช้หลอด 6N16 ผลิตจากโรงงานในรัสเซีย เป็นหลอด NOS ครับ ปัจจุบันไม่มีการผลิตแล้วครับ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะสต็อคเหลือเฟือครับผม.... 6N16 นี่ไม่ใช่ธรรมดานะครับ เพราะผลิตมาเพื่อใช้ในเครื่องบินรบของรัสเซีย ฉนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องสเป็คความอึดแบบเต็มพิกัด และทนทายาทครับ.... Smile

ภาคปรีของ PH300 ใช้กับแอมป์ได้ไม่จำกัดครับทั้งโซลิดและหลอด รวมไปถังแอมป์ดิจิตอลลองมาหมดครับ บอกได้คำเดียวว่าเยี่ยมครับ..... Laughing
_________________
discovery hifi
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
MENE



เข้าร่วม: 17 May 2008
ตอบ: 19

ตอบตอบเมื่อ: Tue Oct 21, 2008 9:19 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ชุดเครื่องเสียง Notebook ต่อสาย USB --> Citypulse DA2.03e --> Shanling PH300 --> AKG701/DT880

ขอสอบถาม

1. Citypulse DA2.03e สามารถ Up Sampling เป็น 88.2 และ 96.0 ได้

แต่พอผม Up Sampling เป็น 88.2 และ 96.0 เสียงกับแตกครับ แต่ถ้าเป็น FS-Auto กลับไม่เป็น ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ควรจะต่อสายสัญญาณต่าง ๆ และ ปรับค่า Up Sampling เป็นอย่างไรบ้างครับ

2. ช่วยแนะนำสายสัญญาณด้วยครับ งบประมาณไม่มากครับ แต่จำเป็นต้องซื้อดี ๆ แล้วครับ เพราะเคยเปรียบเทียบแล้วครับ

3. ถ้าต่อ DVD เข้า DAC ควรใช้ช่องไหนครับ Coax หรือ Optical ครับ

4. เห็นทางร้านนำเข้า Cityspot TP10 MKII เมื่อเทียบกับ Poppulse T-Amp1 MK III แล้วต่างกันอย่างไรบ้างครับ เห็นวัตต์ต่างกันมากด้วยครับ

ช่วยแนะนำลำโพงที่เข้ากันด้วยครับ


5. Cityspot TP10 MKII สามารถใช้เป็น Power Amp เหมือนกับ Poppulse T-Amp1 MK III ได้หรือเปล่าครับ

6. แอมป์ Class T เมื่อเปรียบเทียบกับแอมป์ เช่น NAD แล้วมีพละกำลังต่างกันอย่างไรบ้างครับ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
เรียงลำดับข้อความตอบจากก่อนหน้า:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    discovery hifi forum -> Audiophile Equipment ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2  ถัดไป
หน้า 1 จาก 2

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


Powered by phpBB © phpBB Group. Hosted by phpBB.BizHat.com


For Support - http://forums.BizHat.com

Free Web Hosting | Free Forum Hosting | FlashWebHost.com | Image Hosting | Photo Gallery | FreeMarriage.com

Powered by PhpBBweb.com, setup your forum now!