discovery hifi forum discovery hifi forum
A forum for hifi fanatics and music lovers
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่อเช็คข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

รีวิว Super Pro 707 USB DAC จาก karaoke-soft.com

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    discovery hifi forum -> Audiophile Equipment
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
discoveryhifi



เข้าร่วม: 25 Feb 2008
ตอบ: 1166
ที่อยู่: BKK. Thailand

ตอบตอบเมื่อ: Thu Feb 28, 2008 5:53 pm    เรื่อง: รีวิว Super Pro 707 USB DAC จาก karaoke-soft.com ตอบโดยอ้างข้อความ

อ่านต้นฉบับได้ที่นี่ครับ

http://www.karaoke-soft.com/extreme/index.php?option=com_smf&Itemid=17&topic=2512.0

อ้างถึงกระทู้โน้น... http://www.karaoke-soft.com/smf/index.php?topic=2492.0

ตอนนี้เบิร์นครบ 50 ชม. แล้ว จึงเริ่มลงรีวิวให้ท่านผู้อ่านที่ติดตามผลงานได้อ่านกันครับ

เรามาเริ่มกันดีกว่าครับ

รูปสินค้า คือตัวสีม่วงนะครับ (สำหรับรุ่นที่มี USB ด้วย)




ข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.discoveryhifi.com/superpro.html
http://www.discoveryhifi.com/superpro_techinfo.html

ราคาจำหน่าย 3,900 บาท (สามพันเก้าร้อยบาทถ้วน) (ผมไม่ใช่คนขายและหน้าม้าของร้านนะครับ เป็นเพียงผู้ซื้อสินค้าแล้วมาทดลองใช้และรีวิวให้ฟังเท่านั้น)


อุปกรณ์ที่ใช้ในการทดสอบ
Sound Card: Creative Sound Blaster X-Fi Xtreme Gammer (ราคา 3590 บาท)
Sound Card: Creative Professional EMU-1212M (ราคา 11900 บาท)
USB-DAC: Super Pro 707 USB (ราคา 3900 บาท)
Integrated Amplifier: CEC AMP3300R (ราคา 21500 บาท)
Speaker: Monitor Audio Bronze B2 (ราคา 12900 บาท)
Speaker Cable: สายลำโพงยี่ห้อ QED รุ่น Silver Anniversary (25th) (ราคาเมตรละ 800 บาท)
Analog Interconnect Cable:

สายสัญญาณ Mini to RCA ยี่ห้อ Monster รุ่น MusicConnect (สำหรับ X-Fi) (ราคา 1250 บาท)
สายสัญญาณแบบ Balance TRS to XLR ทำเอง สาย Canare รุ่น L2T2S หัว Neutrik รุ่น NC3MX-B / NP3X-B (สำหรับ EMU-1212M) (ราคา 1200 บาท)
สายสัญญาณ RCA to RCA ยี่ห้อ QED รุ่น Qunex3 (สำหรับ Super Pro 707) (ราคา 5400 บาท)

...มาเริ่มกันดีกว่าครับ...

เริ่มกันที่ฟังเพลงนะครับ จั่วไว้ก่อนดีกว่า จากดีที่สุด ถึง ดีน้อยที่สุด ตามนี้ครับ Super Pro 707 USB -> EMU-1212M -> X-Fi

X-Fi ซาวนด์การ์ดมาตรฐานสำหรับดูหนัง ฟังเพลง เล่นคาราโอเกะบนคอมพิวเตอร์สำหรับยุคนี้ ให้เสียงที่ดีกว่าเครื่องเล่น DVD Player ทั่ว ๆ ไปนิดหน่อยเอง เทียบกับอุปกรณ์ที่ผมมีอยู่ เสียงน่าจะพอ ๆ กับเครื่องเล่น CD Changer Sony CDP-CX355 (300 แผ่น) ที่ผมใช้อยู่ น่าจะประมาณนั้นครับ

EMU-1212M ตัวนี้เสียงใกล้เคียงกับ Super Pro 707 USB นะครับ เคยนำไปร่วมทดสอบการฟังเพลงกับเครื่องเล่น CD Marantz SA-8400 มาแล้ว เสียงที่ได้ ไม่แตกต่างกันนัก ดีคนละแบบ เสียงของ EMU-1212M ก็ตามที่มันควรจะเป็นแหละครับ คือออก Dark นิดนึง สำหรับการนำมาฟังเพลง เพราะมันเป็นการ์ดสำหรับทำเพลง และไว้เพื่อต่อกับลำโพง Monitor (เสียงแข็งโป๊ก) สำหรับการทำเพลง น่าจะเหมาะกว่าการฟังเพลง เมื่อเทียบกับ Super Pro 707 แต่...เมื่อเทียบกับ X-Fi Xtreme Gammer ที่ใช้อยู่แล้ว เสียงดีกว่า X-Fi ตัวนี้มาก (ถ้าเป็น X-Fi Elite Pro เสียงน่าจะดีใกล้เคียงกับ EMU-1212M นะ เผอิญผมไม่มีให้ทดสอบเทียบกัน)

Super Pro 707 USB ตัวนี้ทำได้ดีครับ เสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง OS มาตรฐานอย่าง Windows XP หรือใหม่กว่า แล้ว Windows รู้จัก และสามารถเรียกใช้งานได้เลย ใช้ชิพเซ็ตเสียงของ C-Media (รุ่นไม่ทราบ) ครับ ที่ตัวเครื่อง (กล่อง) ของ Super Pro 707 USB นั้น มีรูเสียบไมค์แบบ Mini Jack ด้วย (แต่...ยังไม่ได้ทดลองใช้งาน ขอติดไว้ก่อน)

เมื่อตั้งค่าโปรแกรม Windows Media Player 11 ให้เลือกอุปกรณ์เสียงออกเรียบร้อยแล้ว เราก็มาเลือกเพลงกัน
เพลงที่ใช้ ผมใช้เพลงของต่าย อรทัย ดาบคำ ชุดที่ 2 ขอใจกันหนาว เพลงขอใจกันหนาว โดย Rip มาจาก CD Audio โดยไม่แปลงไฟล์เพื่อลดคุณภาพ (ยังคงเป็นไฟล์แบบ PCM Wave File 16Bit / 44.1KHz อยู่เหมือนเดิมนะครับ

ท้าวความถึงตอนทดสอบกับเครื่องเล่น DVD ที่ต่อ Digital Coax / Optic เข้า Super Pro 707 USB ก่อนนะครับ
เสียงจาก Optic (TOS-Link) นั้น ให้เสียงที่สดใจตลอดทั้งย่านเลย (เหมาะกับคนที่ชอบเสียงแบบสด ๆ และใส ๆ ครับ) แต่...ขาดบรรยากาศของเพลงไป นั่นคือความเนียนละเอียดของเสียง บรรยากาศรายล้อม รวมถึงเสียง Effect ต่าง ๆ ที่มีมาในเพลง ค่อนข้างที่จะน้อยนิดนึง (อันนี้อาจจะเป็นที่สาย Optic ของผมก็ได้ เพราะสายที่ผมใช้ เส้นละ 600 บาท เอง เป็นสายยี่ห้อ Monitor รุ่น Starlight Black ถ้าได้ลองเทียบกับสายแพง ๆ กว่านี้ เช่น Monitor Shining S-1 อาจจะดีขึ้น แล้วจะมาเล่าให้ฟังทีหลังครับ)

เสียงจาก Digital Coaxial นั้นให้ความเนียนละเอียด รวมถึงบรรยากาศ ที่ดีกว่าสาย Optic อย่างเห็นได้ชัดเลย แม้จะใช้สาย Coax ของจีน ราคาแค่ 500 บาทเท่านั้น (อันนี้ขออภัยสำหรับคนหูทองนะครับ เพราะผมไม่ได้มีสายแพง ๆ ไว้ทดสอบ อย่างที่บอก สาย Coax / Optic ที่ผมมี คือเอาไว้ใช้ดูหนังกับชุดดูหนังเล็ก ๆ เท่านั้นน่ะครับ) เสียงที่ได้นั้น เหมาะแก่การฟังเพลงเป็นอย่างยิ่ง ความสดของเสียงลดลง ความใสก็ลดลงด้วย (ความใสนี่น่าจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของสาย Coax นะ ผมคิดว่างั้น) แต่...ถึงยังไง ก็เหมาะกับฟังเพลงมากกว่าสาย Optic ข้างบนอยู่ดีครับ

คราวนี้ มาที่การเชื่อมต่อแบบ USB บ้าง แค่แวบแรกที่ลองเล่นเพลงเท่านั้นแหละครับ ทุกคนที่นั่งฟังอยู่ ถึงกับตะลึงในคุณภาพเสียง เมื่อเทียบกับราคาค่าตัวของ Super Pro 707 USB ว่ามันทำได้ยังไง
เสียงที่ว่าความสดใสลดลง ของ Coax เมื่อกี้ คราวนี้มันมีมาหมดเลย ได้รายละเอียดของเสียงที่ดีมาก ได้น้ำเสียงที่ฉ่ำหวาน กังวาล บรรยากาศที่ได้ แม้แต่เครื่องเล่น CD ราคา 3 หมื่นที่กล่าวไว้ข้างต้นก็มิอาจเทียบได้ (EMU-1212M จะให้เนื้อเสียงที่หนากว่า แต่นั่นก็ทำให้เสียงนั้น Dark กว่าด้วย บรรยากาศ ความกังวาล ของเสียงเทียบกับตัวนี้ไม่ได้ ก็...นะ มันเป็นซาวนด์สำหรับทำเพลง) จนพี่ท่านนึงที่เป็นเจ้าของเว็บแห่งนึง ถึงกับสงสัยว่า ไอ้เจ้ากล่องนี้มันแอบใส่ Reverb ไว้หรือเปล่า 555+ ผมว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ กับความเล็กขนาดนี้ และที่สำคัญ มันไม่มี DSP ที่จะประมวลผลเสียงด้วย ความสดใจ (ไม่จัดจ้าน) กังวาล น่าจะมาจากอุปกรณ์ที่คัดเกรดมาเป็นอย่างดี (ตามที่ผู้ผลิต และผู้จำหน่ายแจ้งไว้มากกว่า) เสียงที่ได้ มีความละเมียดละไม อ่อนช้อย ขี้อ้อน (หมายถึงน้ำเสียงของต่าย ที่กำลังฟังอยู่น่ะ) ได้ยินน้ำเสียงจนถึงเสียงน้ำลายคลอเบ้า (มีด้วยเหรอ เคยได้ยินแต่น้ำตาคลอเบ้า) ประมาณนั้นน่ะ โอ๊ย...บรรยายไม่ถูก

ถามว่า...คุ้มค่ามั้ย
คุ้มค่าเกินราคาเป็นอย่างมากครับ...ป๋าลำดวนยืนยัน นั่งยัน นอนยัน จนเมาข้าวเหนียว

ทีนี้...เรามาต่อกันที่เรื่องของ Midi Karaoke กันบ้างครับ
ต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่า Super Pro 707 USB ไม่สามารถเทียบชั้นการเล่น SoundFont กับการ์ด Creative ได้นะครับ คือยังไง ถ้าจะเล่น SoundFont เป็นหลัก ผมก็ยังยืนยันคำเดิมครับว่า ที่ราคานี้ ซื้อ X-Fi Xtreme Gammer ไปเถอะครับ

อ้าว...ไหงเป็นงั้น แล้วตัวนี้มันดียังไง
อ้อ...ตอบได้ครับ มันดีด้านออดิโอ ที่ตัวกล่องนี้แปลงออกมาเป็นเสียงให้เราได้ยินกันครับ
ถ้ามาเล่น Software SoundFont หรือ VSTi เทียบกันแล้ว น้ำเสียงที่ได้ ดีกว่า EMU-1212M และ X-Fi อย่างที่บอกไว้ครับ
มีช่องเสียบไมค์ให้ด้วย (ยังไม่ได้ทดสอบ) ช่องเสียบไมค์น่าจะเสียบ Dynamic Microphone ทั่ว ๆ ไปได้นะครับ โดยการใช้ตัวแปลง TS to Mini (รองรับแค่ไมค์แบบ Unbalance เท่านั้น) ส่วน Effect คงต้องใช้ VST Effect ผ่าน Sonar เข้าช่วยน่ะครับ รวมถึงการปรับแต่งอย่างอื่นด้วย (เดี๋ยวว่าง ๆ จะลองให้ครับ) งานนี้น่าจะมีเด็กบางมดมาร่วมแจมด้วยน่าจะดีนะ

ได้ความสะดวกเพิ่มขึ้น เพราะสามารถนำติดตัวไปได้เลย เสียบปุ๊บ ใช้ได้ปั๊บ
อีกไม่นาน น่าจะมี eXtreme Karaoke 2 Go ที่ใช้ Hard Lock ผ่าน USB อย่าง WIBU-KEY หรืออื่น ๆ ออกมาเป็นตัวเลือกให้ สำหรับคนที่ Format เครื่องบ่อย ชอบลองอะไรแผลง ๆ หรืออยากนำใส่ Flash Drive ติดตัวไปไว้ร้องเพลงตามที่ต่าง ๆ เช่น บ้านเพื่อน ห้องสัมมนา โรงแรม รีสอร์ท ไปเที่ยวป่า (เอ...ใครหว่า) เอาไว้อวดเพื่อน อะไรอย่างนั้นเป็นต้นน่ะครับ

ได้ดีเรื่อง Connection ด้วย เพราะเป็นขั้วต่อแบบ RCA ชุบทอง 24K หาสายสัญญาณง่าย และหาดี ๆ ได้ด้วย


คุ้มค่า คุ้มราคามาก ๆ กับสิ่งที่ได้

ก่อนจบการรีวิว ขอย้ำคำเดิมว่า
ชุดเครื่องเสียงและอุปกรณ์ประกอบของท่านมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ที่จะทำให้เสียงที่ได้แปรเปลี่ยนไป อุปกรณ์ตัวนี้เป็นเหมือนอุปกรณ์ต้นทาง หากกลางทาง และปลายทางของท่านไม่ดีพอ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร อาจจะเห็นความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผมขอให้แง่คิดท่านไว้แค่นี้นะครับ

แต่...(อีกแล้ว) เสียงดีกว่าอุปกรณ์ต้นเสียงที่ท่านใช้อยู่แน่นอนครับ

ใครที่ได้ฟังเสียงแล้วอยากจะแจม หรือเพิ่มเติมความคิดเห็น ก็เชิญนะครับ สองเสือเมื่อคืนห้ามพลาดนะครับ ช่วยผมหน่อยละกัน
ฟังแล้วเป็นอย่างไร ก็บอกไปตามนั้นครับ เทียบกันกับ 3 อุปกรณ์นั่นแหละครับ

จบการรีวิวสำหรับวันนี้ครับ...



เพิ่มเติม 12/9/2550
วันนี้ได้หิ้วไอ้เจ้าตัวเล็กนี้ไปทดสอบที่ร้านปิยะนัส สาขาเสรีเซ็นเตอร์มา (ขอขอบคุณที่เอื้อเฟื้อสำหรับการทดสอบครับ)

แบบว่าบ้าหอบฟาง พกไปหมดเลย หอบหิ้วอุปกรณ์ไปอย่างพะรุงพะรัง (หนักเหมือนกันนะ)

ไปถึงก็จัดแจงขอทดสอบกับผู้จัดการร้านเลย อิ อิ

วันนี้ได้ทดสอบการต่อใช้งาน 3 รูปแบบเช่นเคยครับ แถมมีทีเด็ดกว่านั้นด้วย

โดยได้ทดสอบกับเครื่องเล่น DVD ยี่ห้อ Soken (ที่ทางร้านแจ้งมาว่า ห่วยที่สุดในร้านแล้ว ความจริงผมบอกเขาไปหยิบมาให้ลองเองแหละ อุ อุ)

เริ่มต้นด้วยการต่อด้วย Optic ครับ ทีนี้เลือกสายเส้นที่แพงที่สุดในร้านมาเลยครับ ทดสอบกับสาย Optic ยี่ห้อ Monitor Cable รุ่น Shinning S-1 (เส้นละ 3800 บาท) ครับ
เสียงที่ได้...อืมส์...มีความละเอียดของชิ้นดนตรีดีมากเลยครับ ให้เสียงที่สดใสตลอดย่าน (แต่ไม่จัดจ้านนะครับ) ดีกว่า Monitor Cable รุ่น Starlight Black (เส้นละ 600 บาท) เยอะเลย
ใครที่ชอบเสียงในโทนนี้รับรองไม่ผิดหวังครับ แต่....
แต่ครับ...มาตกม้าตายที่เสียงร้อง และเสียงย่านความถี่ต่ำหรือเสียงเบสนั่นเองครับ เพราะฟังแล้วโดยรวม ๆ จะออกบางและแห้งไปหน่อยน่ะครับ เมื่อเทียบกับ Coax และ USB

ต่อมาลองทดสอบกับ Coax ดูครับ... เป็นสาย Coax ยี่ห้อ QED รุ่น Qunex P75 (เส้นละ 3200 บาท) ครับ (ก่อนหน้านี้ลองเอา Monitor Cable รุ่น On/Off 202 (เส้นละ 3900 บาท) มาต่อดู...ผลคือ...รับไม่ได้ครับ ไม่ไหว ๆ เสียงแทบไม่ต่างจากสาย Optic เมื่อกี้เลย เสียงแย่กว่าอีกต่างหาก) เลยเปลี่ยนเป็น QED แทน

อืมส์...เสียงหวาน หนานุ่ม เนียน รายละเอียดดีมาก ๆ เลยครับ (ย่านความถี่สูงด้อยกว่า Optic หน่อยนึง) เสียงดีจนเครื่องเล่น CEC 3300R (เครื่องละ 17000 บาท) ที่วางอยู่ข้าง ๆ ด้อยไปเลย (ขนาด Rotel RCD-02 ที่ว่าดี ยังสู้ตัวนี้ไม่ได้เลย)
นา นา จิตตัง ครับ วันก่อนที่บ้านผมสายจีนมันไม่ได้เรื่องเอง วันนี้เพิ่งจะบรรลุครับ

ต่อมาลองต่อแบบ USB จากคอมพิวเตอร์ดูบ้าง...
อืมส์...เสียงสู้ Coax ไม่ได้แฮะ เสียงบางไปหน่อยนึง แต่...ก็อย่างที่บอกไว้วันก่อน ต่อแบบ USB ให้รายละเอียดเสียงเยอะกว่า Coax วันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นเหมือนเดิมครับ


คราวนี้ทีเด็ดครับ
ผมลองต่อ Battery แห้ง Panasonic 12V / 7.2Ah เข้าไปจ่ายไฟแทน Switching Power Supply ที่แถมมากับตัวเครื่อง
โอ้วส์ส์ส์....ทำไมเสียงมันดีอย่างงี้ เสียงดีกว่าเมื่อกี้เป็นกองเลย แบบว่ารู้สึกได้ชัดเจนมากครับ

สำหรับคนที่ต้องการเสียงดี ๆ แนะนำให้ลองต่อกับ Battery ดูครับ เอาแบต 12V ก็พอครับ
เพราะตัว Super Pro 707 นั้น ข้างในมันกินไฟแค่ 5V เองครับ โดยมันจะไปผ่าน Regulator ข้างในกล่องอีกที
แล้วท่านจะรู้ว่าแหล่งจ่ายไฟตรงที่ดีที่สุดอย่างแบตเตอรี่นั้นดียังไง

ตัว Super Pro 707 นั้นกินกระแสเพียง 88mA เองครับ (กินไฟน้อยมาก) ผมวัดด้วยแอมป์มิเตอร์เรียบร้อยแล้ว
และข้างในกล่องยังมีตัวแปลงไปเป็น 5VDC อีกที (ผมคิดว่าในอนาคตผมจะโมให้มันใช้ไฟจาก USB Port ได้ด้วย จะได้ไม่ต้องพก Adapter ซึ่งคนที่ใช้ Notebook น่าจะปลื้มนะครับ ดูวงจรแล้ว โมได้ง่ายมาก ๆ ครับ แค่ใส่ไดโอดเพิ่มตัวเดียวเอง อิ อิ)
เนื่องจากการกินกระแสที่น้อยนิดเพียงแค่นี้ เมื่อใช้กับแบตเตอรี่ 7.2Ah แล้ว จะสามารถเปิดต่อเนื่องได้ถึง 81 ชั่วโมงกันเลยทีเดียวครับ (เปิดได้นานจนลืมเลย ถ้าแบตเตอรี่มีไฟอยู่เต็มนะครับ)
เดี๋ยวขอไปค้นวงจร Battery Auto Charger ก่อน ว่าอยู่ตรงไหน จะได้เอามาดัดแปลงใช้งานซะเลย (เป็นชุดคิทขายก็มีนะครับ ของประกิต)

แนะนำครับ แนะนำให้ใช้ Battery จ่ายไฟแทน AC Adapter ครับ เสียงดีกว่าจริง ๆ ครับ ไม่ได้โม้

อ้อ...ลืมบอกไป ของที่ซื้อมาล็อตหลัง ๆ นี้ จะไม่ได้ Capacitor ELNA Cerafine แล้วนะครับ (คาดว่าทางผู้ผลิตน่าจะลดต้นทุน)
แต่...เดี๋ยวผมลองโมเปลี่ยนเป็นแบบดี ๆ ดูครับ เพราะมันเป็น C Coupling น่าจะช่วยให้เสียงดีขึ้นอีกเป็นกอง

เสร็จแล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ครับ

ทดสอบโดย C-CEW SERVICE
_________________
discovery hifi
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
discoveryhifi



เข้าร่วม: 25 Feb 2008
ตอบ: 1166
ที่อยู่: BKK. Thailand

ตอบตอบเมื่อ: Sat Mar 01, 2008 2:46 am    เรื่อง: รีวิวเพิ่มเติมจาก Overclockzone ตอบโดยอ้างข้อความ

มาดูความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้ใช้ Super Pro อีกท่านหนึ่งครับ

http://forums.overclockzone.com/forums/showthread.php?t=146746
_________________
discovery hifi
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
เรียงลำดับข้อความตอบจากก่อนหน้า:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    discovery hifi forum -> Audiophile Equipment ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


Powered by phpBB © phpBB Group. Hosted by phpBB.BizHat.com


For Support - http://forums.BizHat.com

Free Web Hosting | Free Forum Hosting | FlashWebHost.com | Image Hosting | Photo Gallery | FreeMarriage.com

Powered by PhpBBweb.com, setup your forum now!